http://smartservicethailand.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 PROMOTION

 สินค้าและบริการของเรา

 ความรู้และบทความต่างๆ

 ผลงานติดตั้ง

 เว็บบอร์ด

 ติดต่อเรา

ความรู้เกี่ยวกับแก๊สรถยนต์

ความรู้เกี่ยวกับ E85

ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์

สถิติ

เปิดเว็บ15/12/2012
อัพเดท08/11/2016
ผู้เข้าชม205,221
เปิดเพจ289,777
สินค้าทั้งหมด11
iGetWeb.com
AdsOne.com

รูปแบบการใช้ LPG NGV กับรถยนต์

รูปแบบการใช้ LPG NGV กับรถยนต์

 

1. ทดแทนการใช้น้ำมันเบนซิน

                                         
                                                   ภาพที่ 1  แสดงรถยนต์ใช้ NGV ระบบเชื้อเพลิงทวิ

1.1 รถยนต์ใช้ก๊าซ LPG NGV เป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว (Dedicated LPG NGV)

ส่วนใหญ่ผลิตจากโรงงานโดยตรง ใช้เครื่องยนต์ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นสำหรับใช้ก๊าซธรรมชาติโดยเฉพาะ


1.2 รถยนต์ใช้ก๊าซ LPG NGV  ระบบเชื้อเพลิงทวิ  (Bi-Fuel System)    

ซึ่งเป็นระบบที่สามารถเลือกใช้น้ำมันเบนซินหรือใช้ LPG NGV เป็นเชื้อเพลิงได้ โดยเพียงแต่ปรับสวิตช์เลือกใช้เชื้อเพลิงเท่านั้นระบบนี้มีทั้งผลิตจากโรงงานโดยตรง หรือนำรถยนต์เบนซินเดิมมาติดตั้งอุปกรณ์ใช้ LPG NGV เพิ่มเติม ซึ่งแบ่งได้ 2 ระบบ คือ
           

1.2.1 ระบบดูดก๊าซ (Fumigation System)

ซึ่งจะมีอุปกรณ์ผสมก๊าซกับอากาศ (Gas Mixer) ทำหน้าที่ผสม   อากาศที่เครื่องยนต์ดูดเข้าไปกับก๊าซ LPG  NGV ในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับการเผาไหม้ ก่อนที่จะจ่ายเข้าเครื่องยนต์    ระบบนี้ใช้้กับเครื่องยนต์ที่จ่ายน้ำมันเบนซินด้วยคาร์บูเรเตอร์และหัวฉีดอุปกรณ์หลัก ๆ

ก. แบบวงจรเปิด  ปริมาณก๊าซที่จ่ายจะเข้าไปผสมกับอากาศที่บริเวณท่อร่วมไอดี โดยอาศัยแรงดูดจากอากาศที่ป้อนเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ทั้งนี้ปริมาณก๊าซที่จ่ายจะขึ้นอยู่กับการปรับตั้งสกรูปรับก๊าซหรือวาล์วจ่ายก๊าซที่ผู้ติดตั้งทำการปรับแต่ง  ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถควบคุมประสิทธิภาพการเผาไหม้ของก๊าซให้สมบูรณ์ได้ในทุกช่วงการทำงานของเครื่องยนต์ตามสภาวะการขับขี่ต่างๆ

ค่าอุปกรณ์และการติดตั้ง NGV ประมาณ 30,000 – 35,000 บาท (ถัง NGV ขนาด 70 ลิตร)  LPG ประมาณ 10,000 - 20,000 บาท (ถัง LPG 58 ลิตร)



                                                   

                                          ภาพที่ 2  แสดงระบบเชื้อเพลิงทวิระบบ Fumigation แบบ Open Loop

ข. แบบวงจรปิด (LAMBDA CONTROL) จะมีอุปกรณ์หลักๆ แบบวงจรเปิด นอกจากนี้ยังประกอบด้วยชุดควบคุมอิเล็คทรอนิคส์ (Electronic Control Unit)  ชุดควบคุมการจ่ายก๊าซ  (Actuator) ตัวตรวจวัดตำแหน่งปีกผีเสื้อ(Throttle Position Sensor)และตัวตรวจวัดออกซิเจน (Oxygen Sensor) แบบวงจรนี้จะควบคุมส่วนผสมแบบใช้อากาศพอดีสำหรับการเผาไหม้ (Lambda =1)  ทำให้เกิดการเผาไหม้ของก๊าซสมบูรณ์ ทั้งนี้ปริมาณก๊าซที่จ่ายไปผสมกับอากาศที่บริเวณท่อร่วมไอดีจะถูกควบคุม  โดยชุดควบคุมการจ่ายก๊าซ ซึ่งจะมีชุดควบคุมอิเล็คทรอนิคส์ควบคุมการเปิด-ปิดของโซลินอยล์วาล์วอีกทีหนึ่ง  ปริมาณก๊าซที่จ่ายจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณออกซิเจนที่เหลือจาการเผาไหม้ในท่อไอเสีย  โดยใช้ตัวตรวจวัดออกซิเจนและตำแหน่งการเปิดปิดของปีกผีเสื้อมาประมวลผลการจ่ายปริมาณก๊าซให้เหมาะกับการทำงานของเครื่องยนต์ตามสภาวะการขับขี่ต่างๆ 

ค่าอุปกรณ์และการติดตั้ง NGV ประมาณ 40,000 – 50,000 บาท (ถัง NGV ขนาด 70 ลิตร)  LPG ประมาณ 15,000 - 30,000 (ถัง LPG ขนาด 58 ลิตร)



                                                    
                                         ภาพที่ 3  แสดงระบบเชื้อเพลิงทวิระบบ Fumigation แบบ Close Loop

1.2.2 ระบบฉีดก๊าซ (Multi Point Injection System, MPI) ประกอบด้วยชุดอุปกรณ์หลักๆดังนี้

-ชุดควบคุมอิเล็คทรอนิคส์(Electronic Control Unit) 

-อุปกรณ์ปรับความดันก๊าซ(Pressure Regulator)

-อุปกรณ์ปรับเวลาการจุดระเบิดของเครื่องยนต์  (Timing Advancer) 

-สวิตซ์เลือกชนิดเชื้อเพลิง    

-ถังบรรจุก๊าซ (LPG CNG Cylinder)  

-ชุดจ่ายก๊าซ (Gas  Distributor)    

-ตัวตรวจวัดออกซิเจน(Oxygen Sensor)

-ตัวตรวจวัดตำแหน่งของปีกผีเสื้อ (Throttle Position Sensor)

ระบบนี้มีการจ่ายเชื้อเพลิงก๊าซด้วยหัวฉีดที่ท่อไอดีของแต่ละสูบโดยเฉพาะ และควบคุมส่วนผสมแบบใช้อากาศพอดีสำหรับการเผาไหม้ (Lambda  = 1)  แบบวงจรปิด (Close Loop) ซึ่งจะจ่ายก๊าซให้พอดีกับอากาศ  โดยชุดควบคุมอิเลคทรอนิคส์รับสัญญาณมาจากตัวตรวจวัดออกซิเจน (วัดปริมาณออกซิเจนที่เหลือจาการเผาไหม้ในท่อไอเสีย)  ตัวตรวจวัดตำแหน่งของปีกผีเสื้อและตัวตรวจวัดอื่นๆ     ทำการประมวลผลควบคุมการเปิด - ปิดของหัวฉีดก๊าซปล่อยก๊าซออกไป  ที่ท่อไอดีแต่ละสูบให้เหมาะสมกับปริมาณอากาศทุกสภาวะการทำงานของเครื่องยนต์ และเกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์

ระบบนี้ใข้กับเครื่องยนต์ที่จ่ายน้ำมันเบนซินด้วยหัวฉีด (EFI) 

ค่าอุปกรณ์และการติดตั้ง NGV ประมาณ 52,000 – 65,000 บาท (ถัง NGV ขนาด 70 ลิตร)    LPG ประมาณ 25,000 - 40,000 บาท (ถัง LPG ขนาด 58 ลิตร)



                                
                                    ภาพที่ 4  แสดงระบบเชื้อเพลิงทวิระบบฉีดก๊าซ (MPI) แบบ Close Loop

หมายเหต ระบบดูดอากาศ (Fumigation System) สามารถใช้กับเครื่องยนต์จ่ายน้ำมันเบนซินด้วยหัวฉีด (EFI) ได้ ซึ่งจะทำให้มีค่าใช้จ่ายถูกลง  แต่สมรรถนะของเครื่องยนต์จะลดลง นอกจากนี้ อาจเกิดปัญหาการเผาไหม้ย้อนกลับ (Back Fire)   ซึ่งอาจเกิดความเสียหายได้กับท่อร่วมไอดีที่ทำมาจากพลาสติกหรือไฟเบอร์และไส้กรองอากาศ ทั้งนี้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ๆ จะมีขนาดท่อร่วมไอดีใหญ่ขึ้นทำให้ความเร็วของอากาศที่ผสมกับก๊าซเข้าห้องเผาไหม้ช้าลง    เมื่อเกิดประกายไฟจากหัวเทียนหรือ ในห้องเผาไหม้ จึงมีโอกาสเกิดการเผาไหม้ย้อนกลับได้  ทั้งนี้อาจป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น   โดยเปลี่ยนท่อร่วมไอดี เป็นชนิดเหล็กหล่อ (Cast Iron) แทน หรืออุปกรณ์ระบายความดันที่เกิดจากการเผาไหม้ย้อนกลับนี้

1.3 การดูแลรักษาและซ่อมบำรุง

โดยทั่วไปจะต้องมีการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงระบบจ่ายก๊าซ LPG NGV  เพิ่มเติมจากรถยนต์ใช้น้ำมันเบนซินปกติ คือ

1.3.1  ตรวจเช็ครอยรั่วของท่อก๊าซ LPG NGV ทุกเดือน โดยการใช้ฟองสบู่หรือเครื่องตรวจวัดก๊าซรั่ว

1.3.2  ตรวจเช็คและทำความสะอาดไส้กรองอากาศทุก 5,000 กม.ซึ่งบ่อยกว่าถ้าใช้น้ำมันเบนซินเพียงอย่างเดียว

1.3.3  ตรวจเช็คน็อต สกรูที่ยึดถังก๊าซทุกเดือน

1.3.4  ควรตรวจเช็ค และตั้งบ่าวาล์วไอเสียทุกระยะทางใช้งาน  40,000 – 60,000 กม. (บ่อยกว่าการใช้น้ำมันเบนซิน) ทั้งนี้ บ่าวาล์วไอเสียของเครื่องยนต์ใช้ก๊าซ LPG NGV และก๊าซหุงต้ม มีโอกาสจะสึกหรอเร็วกว่าการใช้น้ำมันเบนซิน  จึงแนะนำให้ใช้น้ำมันเบนซินสลับกับการใช้ก๊าซ LPG NGV บ้างเพื่อให้น้ำมันเบนซินไปเคลือบบ่าวาล์วทำให้บ่าวาล์วมีอายุการใช้งานนานขึ้น

2. ทดแทนการใช้ดีเซล 

                                         
                                                        ภาพที่ 5  แสดงรถยนต์ใช้ก๊าซ  NGV

2.1 รถยนต์ใช้ก๊าซ NGV LPG เป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว (Dedicated NGV LPG) ส่วนใหญ่ผลิตจากโรงงานโดยตรง  หรือปรับเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ดีเซลเดิม

2.2 รถยนต์ใช้ NGV LPG ระบบเชื้อเพลิงร่วม (Dual Fuel System, DDF) ซึ่งเป็นระบบ ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติร่วมกับน้ำมันดีเซล หรือใช้น้ำมันดีเซลอย่างเดียว อัตราส่วนก๊าซธรรมชาติต่อน้ำมันดีเซลจะขึ้นอยู่กับเครื่องยนต์นั้นๆ ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ก๊าซ และคุณภาพของก๊าซที่ใช้ โดยทั่วไป สามารถใช้อัตราส่วนก๊าซธรรมชาติต่อน้ำมันดีเซลได้ร้อยละ 30 ถึง 70 ระบบนี้สามารถเลือกใช้น้ำมันดีเซลอย่างเดียวหรือใช้เชื้อเพลิงร่วมก็ได้ โดยการปรับสวิตช์เลือกใช้เชื้อเพลิงเท่านั้น
แบ่งเป็น 2 แบบ คือ

2.2.1 แบบดูดก๊าซ (Fumigation) ที่มีระบบควบคุมแบบธรรมดาหรือ Mechanic Control   มีหลักการทำงานคือ ก๊าซธรรมชาติความดันสูงจากถังบรรจุไหลผ่านมายังอุปกรณ์ลดความดัน จ่ายก๊าซไปผสมกับอากาศ ที่บริเวณท่อร่วมไอดี โดยใช้อุปกรณ์ผสมก๊าซกับอากาศ (Gas Mixer) และผ่านเข้าห้องเผาไหม้ ปริมาณการจ่ายก๊าซ จะขึ้นอยู่กับการปรับตั้งสกรูปรับก๊าซ ขณะเดียวกันก็จ่ายน้ำมันดีเซลเข้าห้องเผาไหม้เพื่อจุดระเบิดนำการเผาไหม้ของก๊าซธรรมชาติ จากผลการทดสอบในภาคสนามของรถยนต์ดีเซลขนาดเล็ก (Light Duty Diesel) ที่ติดตั้งอุปกรณ์ชนิดนี้ ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย โดยเฉลี่ยจะให้อัตราส่วนก๊าซธรรมชาติต่อน้ำมันดีเซล เท่ากับ  50 : 50 สามารถจะหยัดค่าใช้จ่ายประมาณร้อยละ 25-30  และช่วยลดปริมาณควันดำลงด้วย
หมายเหตุ อุปกรณ์ชนิดนี้ผู้ติดตั้งบางรายอาจมีการปรับแต่งปั๊มเพื่อลดการจ่ายน้ำมันดีเซลลง

2.2.2 แบบดูดก๊าซ (Fumigation) ที่มีระบบควบคุมแบบวงจรปิด โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมการจ่ายก๊าซและน้ำมันดีเซล โดยใช้อุปกรณ์ควบคุมอิเลคทรอนิคส์ (Electronic Control Unit) หลักการ
ทำงานคล้ายๆ กับแบบธรรมดา แต่จะสามารถป้อนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไปควบคุมการจ่ายก๊าซให้เหมาะสมกับปริมาณอากาศที่เข้าห้องเผาไหม้และ ปรับการจ่ายน้ำมันดีเซลที่ปั๊มเพื่อให้อัตราส่วนก๊าซธรรมชาติต่อน้ำมันดีเซลเหมาะสมสำหรับการเผาไหม้ที่สภาวะการทำงานต่างๆ ของเครื่องยนต์ ทั้งนี้ประสิทธิภาพการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงร่วมจะขึ้นอยู่กับการออกแบบโปรมแกรมควบคุมและการปรับตั้งอัตราส่วนผสมก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดีเซลระบบนี้จะสามารถหยัดค่าใช้จ่ายและช่วยลดปริมาณควันดำลง เช่นกัน

ค่าติดตั้งอุปกรณ์ระบบเชื้อเพลิงร่วม (Fumigation) มีราคาระหว่าง 30,000–45,000 บาท (อุปกรณ์อาจมีราคาสูงกว่านี้หากมีระบบควบคุม เพื่อให้ก๊าซฯ ทดแทนน้ำมันดีเซลในปริมาณสูง โดยที่ไม่ทำให้เครื่องยนต์เสียหาย) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบอุปกรณ์ผสมก๊าซกับอากาศ หลักการจ่ายเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายเชื้อเพลิง


                         

ภาพที่ 6  แสดงระบบเชื้อเพลิงร่วม ระบบดูดก๊าซ แบบ Close Loop

3.   ผลการทดสอบรถกระบะใช้ระบบเชื้อเพลิงร่วม (Dual Fuel)

3.1 รถทดสอบ ISUZU DMAX 2500 Turbo  หมายเลขทะเบียน  ศณ 6374
- วันที่ทดสอบ 20  มิถุนายน  2548
- เส้นทางทดสอบ ปตท. วังน้อย – ในเมืองสระบุรี
- ระยะทางวิ่งทดสอบ ประมาณ 90  กม.
- ความเร็วเฉลี่ย 90  กม./ชม.
- กรณีดีเซลอย่างเดียว : 6.5  ลิตร เป็นเงินทั้งสิ้น  131.24  บาท
- ระบบเชื้อเพลิงร่วม (Dual Fuel) เป็นเงินทั้งสิ้น  89.81  บาท
> ใช้น้ำมันดีเซล  3  ลิตร เป็นเงิน  60.57  บาท
>  ใช้ NGV 3.44  ก.ก. เป็นเงิน  29.24  บาท
- ประหยัดได้ประมาณร้อยละ 31 (41.43  บาท ต่อ  90  กม.)


                      
                     ภาพที่ 7  แสดงผลการทดสอบอัตราการใช้เชื้อเพลิงของรถกระบะระบบเชื้อเพลิงร่วม

                 

                             ภาพที่ 8  แสดงต้นทุนเชื้อเพลิงของรถกระบะระบบเชื้อเพลิงร่วม

3.2 รถทดสอบ TOYOTA Sport Rider 
- วันที่ทดสอบ  13  มิถุนายน  2548
- เส้นทางทดสอบ  เทพารักษ์ – บางประกง (สุขุมวิท สายเก่า)
- ระยะทางวิ่งทดสอบ ประมาณ 100  กม.
- ความเร็วเฉลี่ย 90  กม./ชม.
- กรณีดีเซลอย่างเดียว : 12.1  ลิตร เป็นเงินทั้งสิ้น  256.40  บาท
- ระบบเชื้อเพลิงร่วม (Dual Fuel) เป็นเงินทั้งสิ้น  178.12  บาท
> ใช้น้ำมันดีเซล  6.7  ลิตร เป็นเงิน  135.27  บาท
> ใช้ NGV 6.1  ก.ก. เป็นเงิน  51.85  บาท
- ประหยัดได้ประมาณร้อยละ 27 (69.3  บาท ต่อ  100  กม.)

ตารางที่ 1 ข้อมูลการทดสอบรถยนต์ Toyota รุ่น Sport Rider ณ ห้องปฏิบัติการทดสอบ  กรมควบคุมมลพิษ



3.3 ผลทดสอบโดยการขับขี่ในเมือง ระบบเชื้อเพลิงผสม NGV + ดีเซล (ข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน)

คันที่ 1  TOYOTA SPORT RIDER

คันที่ 1 TOYOTA SPORT RIDER

ระยะทาง

(กม.)

เชื้อเพลิง

จำนวนเชื้อเพลิงที่เติม

อัตราการใช้เชื้อเพลิง

อัตราการใช้รวม บาท/กม.

1,041

NGV

@8.50

        99.18 กิโลกรัม

      843.00 บาท

 10.50 กม./กก.

       0.81 บาท/กม.

 

 

น้ำมัน

@21.79

        55.70 ลิตร       

   1,213.70 บาท

 18.69 กม./ลิตร

      1.17 บาท/กม.

 

1.98

 

คันที่ 2 FORD RANGER

ระยะทาง

(กม.)

เชื้อเพลิง

จำนวนเชื้อเพลิงที่เติม

อัตราการใช้เชื้อเพลิง

อัตราการใช้รวม บาท/กม.

1,212

NGV

@8.50

       61.98 กิโลกรัม

     526.83 บาท

19.55 กม./กก.

      0.43 บาท/กม.

 

 

น้ำมัน

@21.79

       69.94 ลิตร 

  1,524.00 บาท

 17.33 กม./ลิตร

      1.26 บาท/กม.

 

1.69

 

คันที่ 3 NISSAN BIG M

ระยะทาง

(กม.)

เชื้อเพลิง

จำนวนเชื้อเพลิงที่เติม

อัตราการใช้เชื้อเพลิง

อัตราการใช้รวม บาท/กม.

746

NGV

@8.50

      28.00 กิโลกรัม

    238.00 บาท

 26.64 กม./กก.

      0.32 บาท/กม.

 

 

น้ำมัน

@21.79

      29.46 ลิตร

    642.00 บาท

 25.32 กม./ลิตร

      0.86 บาท/กม.

 

1.18

 

คันที่ 4 TOYOTA TIGER

ระยะทาง

(กม.)

เชื้อเพลิง

จำนวนเชื้อเพลิงที่เติม

อัตราการใช้เชื้อเพลิง

อัตราการใช้รวม บาท/กม.

449

NGV

@8.50

      18.18 กิโลกรัม

    154.53 บาท

24.70 กม./กก.

      0.34 บาท/กม.

 

 

น้ำมัน

@21.79

      22.80 ลิตร

    496.81 บาท

19.69 กม./ลิตร

      1.11 บาท/กม.

 

1.45

หมายเหตุ  ราคาเชื้อเพลิง ณ วันที่ 6 กรกฎาคม พ.. 2548

3.4  ข้อแตกต่างระหว่างระบบเชื้อเพลิงร่วมกับระบบดีเซลเดิม



อัตราการใช้เชื้อเพลิง

ระบบเชื้อเพลิงร่วมมากกว่าระบบดีเซลเดิมเล็กน้อย

อัตราเร่งของเครื่องยนต์

ระบบเชื้อเพลิงร่วมดีกว่าระบบดีเซลเดิม

กำลังเครื่องยนต์

ระบบเชื้อเพลิงร่วมสูงกว่าระบบดีเซลเดิม

ปริมาณควันดำ

ระบบเชื้อเพลิงร่วมต่ำกว่าระบบดีเซลเดิม

อัตราการประหยัดค่าเชื้อเพลิง

ระบบเชื้อเพลิงร่วมประหยัดเชื้อเพลิงเป็นเงิน 58 บาท/ 100 กม.

   หมายเหตุ  

- ราคาเชื้อเพลิง ณ วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2548
- แปรผันตามเทคโนโลยีของผู้ติดตั้ง

4.  ข้อเสนอแนะ

4.1 ควรเลือกติดตั้งระบบอุปกรณ์ก๊าซให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์ที่ใช้งานอยู่ โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพของการเผาไหม้ สมรรถนะเครื่องยนต์ และปริมาณมลพิษที่ปล่อยออกมากับไอเสีย นอกจากนี้ ควรพิจารณาค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ระยะเวลาในการคืนทุน การให้บริการหลังการติดตั้ง และค่าใช้จ่ายในการดูแลซ่อมบำรุงในระยะยาว
4.2 การปรับแต่งการจ่ายเชื้อเพลิงจะต้องดำเนินการโดยผู้ที่มีความรู้ความชำนาญของระบบนั้นๆ การปรับแต่งที่ผิดพลาด อาจเป็นสาเหตุให้เครื่องยนต์เกิดความเสียหายได้
4.3 ผู้ใช้รถยนต์ที่ใช้ NGV ควรสังเกตสิ่งผิดปกติของเครื่องยนต์ เช่น มีเสียงดังผิดปกติ เครื่องยนต์สั่นอย่างไม่ปกติ หากพบอาการดังกล่าว ควรรีบนำรถยนต์ไปให้ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในระบบนั้นๆ ทำการตรวจสอบแก้ไข
4.4 ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการควรมีรถยนต์วิ่งใช้งานระยะทางอย่างน้อยวันละ  50  กม. ทั้งนี้ ถ้าระยะทางน้อย จะใช้เวลาคืนทุนนานขึ้น
4.5 ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการควรมีรถยนต์วิ่งใช้งานในเส้นทางใกล้สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ  ซึ่งปัจจุบัน เปิดบริการแล้ว  34 สถานี และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2548 อีก 23 สถานี

5. ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคการขนส่ง    

5.1 ช่วยลดปริมาณมลพิษที่ปล่อยมาจากไอเสียรถยนต์ โดยเฉพาะปริมาณควันดำ  ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาปริมาณควันดำสูง ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
5.2  ช่วยประเทศไทยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดการขาดดุลทางการค้าได้ส่วนหนึ่ง
5.3 สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการใช้ก๊าซธรรมชาติ
5.4 ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากการใช้ก๊าซธรรมชาติโดยตรง
5.5สร้างธุรกิจใหม่ให้กับประเทศไทย

ราคาติดตั้งแก๊ส

ขอขอบคุณข้อมูลจาก กรมธุรกิจพลังงาน

Tags : การติดตั้ง NGV การติดตั้ง LPG LPG NGV รูปแบบ

view

 ติดแก๊สที่ไหนดี

 ราคา ติดตั้งแก๊ส ระบบหัวฉีด

 ความรู้เกี่ยวกับแก๊ส

 ผลงาน ติดตั้งแก๊ส

 เว็บบอร์ด

view